![51ETvAJrqWL._SS500_[1].jpg](http://www.unmodern.com/blog/51ETvAJrqWL._SS500_%5B1%5D.jpg)
พอดีเมื่อเดือนก่อนได้หนังสือเล่มนึงมา ชอบมากมาก Sketching User Experience ของคุณ Bill Buxton เจ้าพ่อแห่งวงการ Human Computer Interaction (และทุกๆวงการที่เกี่ยวกับ เทคโนโลยี่ มนุษย์ และ การออกแบบ)
หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับกระบวนการออกแบบ User Experience ในโปรดักต่างๆ ผู้เขียนเล่าออกมาได้ทั้งในเชิงลึกและกว้างได้อย่างไม่น่าเชื่อ สมแล้วที่เป็นมือกระบี่อันดับหนึ่งแห่งบู๊ลิ้ม
ภาพรวมก็คือการอธิบายขั้นตอนของการออกแบบประสบการณ์ (ซึ่งต่างจากการออกแบบวัตถุ) จากกรณีศึกษาต่างๆว่าทีมต่างๆเขาทำกันมายังไงบ้าง ข้อดีข้อเสีย พร้อมการออกความเห็นในแง่มุมของเขา ซึ่งเหมือนเขาจะให้ความสำคัญกับการลองผิดลองถูกและเรียนรู้กับกระบวนการทดสอบนั้นไปด้วยกันให้เร็วที่สุดเพื่อพัฒนาโปรดักให้ดีขึ้นมากมาก (ซึ่งต่างจากระบบของญี่ปุ่นนิดนึงเท่าที่ทราบคือ เหมือนระบบของทีมจากญี่ปุ่นคือคิดอะไรได้ ปล่อยออกตลาดเลย แล้วใช้ตลาดจริงเป็นการทดสอบ ถ้าผลตอบรับดีก็พัฒนาต่อเลย)
คิดว่านี่เป็นหนังสือที่นักออกแบบควรจะต้องอ่านและทำความเข้าใจหน้าที่ของตัวเองว่ากำลังอยู่ตรงไหนของแผ่นที่โลก (ไม่ไช่ศูนย์กลางของจักรวาลไหน) และผู้ประกอบการก็น่าจะอ่านเพื่อทำความเข้าใจว่าความสัมพันธ์ และความสำคัญ ของการออกแบบที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนั้น มันแนบแน่นกันแค่ไหน
แกยกตัวอย่างตอนที่ Steve Jobs กลับเข้าไป Apple อีกครั้งคนเดียว แล้วใช้ทีมออกแบบของเดิมทั้งหมด(ไม่ได้ซื้อตัวนักเตะเพิ่มเลย)เพื่อผลักดันให้ทีม Industrial Design เป็นกุญแจในการแก้ปัญหาทางการเงินของ Apple เมื่อปี 1997 ตอนนั้นทุกคนก็ไม่เข้าใจว่าปัญหามีเป็นล้าน ทำไมไปมุ่งแก้ไขที่ทีมออกแบบ แต่ทุกคนก็เชื่อมือคุณ Jobs แล้วก็ปล่อยให้เขาเป็นเผด็จการจนมาถึงทุกวันนี้ คำตอบก็กระจ่างแล้ว (ผมเพิ่งรู้ว่า Jonathan Ive แกอยู่ Apple มาตั้งแต่ปี 1992 โน้นแล้ว แต่เพิ่งมีโอกาสได้ใช้วิชาความรู้เต็มๆก็ตอน Jobs เข้ามารื้อระบบ นี่มันเป็นปรากฎการณ์แบบ The Beatles กับ George Martin ชัดๆ)
นอกเรื่อง:
จากประสบการณ์ที่ไม่มากนักทั้งตรงและอ้อม ผมรู้สึกว่าระบบที่บ้านเราจะออกไปทางยกย่องแนวความคิดที่ว่า "ทำยังไง" มากกว่า "จะทำอะไร" ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมว่าถ้าระบบอุตสาหกรรมไม่ให้ความสำคัญกับการ จะทำอะไร แล้วพึ่งแต่ ทำยังไง มันก็จะไม่ไปไหน ต้องรอให้เห็นคนอื่นทำเสร็จก่อนแล้วค่อยเดิน(วิ่ง)ตามเขาไปตลอดกาล (นี่อาจเป็นเหตุผลนึงที่เราไม่ค่อยเห็นงานที่มีความคิดสร้างสรรค์ในสังคมเรา เพราะคนมักจะทึ่งกับอะไรที่ทำยากๆ มากกว่าความคิดที่มันง่ายๆ ทั้งที่สิ่งที่มันง่ายๆ มันต้องผ่านขั้นตอนที่ยากมากมากกว่าจะไปถึงขั้นนั้นได้ เราก็เลยเห็นนักกายกรรมนอกสนามอยู่ทั่วทุกวงการ เพราะทำแล้วคนทึ่งกว่า)
แต่ผมเองก็ไม่คิดว่ามันจะมีระบบใดระบบนึงที่มันโอเคในบริบทนึง จะสามารถเอาไปแปะแล้วใช้งานได้ดีเลยในอีกบริบทหนึ่งอยู่ดี ก็เลยยังสงสัยส่วนตัวเหมือนกันว่า แล้วระบบที่มันเหมาะสมกับอุตสาหกรรมสมัยใหม่แบบไทยๆของเรามันน่าจะเป็นอย่างไร