« ลองผิดลองถูก | Main | Scoope »

Sat 6:46

1.
ปลายปีนี้คิดอยู่เหมือนกันว่าจะกลับเมืองไทยดีไหม เพราะหยุดได้แค่สิบวัน ที่บ้านบอกว่าถ้าจะกลับไปแค่สองอาทิตย์ไม่ต้องหรอก เสียค่าเครื่องบินเปล่าๆ

บางครั้งผมก็สงสัยตัวเองเหมือนกัน ว่าตกลงผมทำอะไรอยู่เนี่ย ทำไมคนอื่นได้ทำงานใกล้ครอบครัวใกล้คนที่เขารัก ทำไมเราต้องถ่อมาเหนื่อยที่นี้ด้วยหนอ แต่พอคุยกับเพื่อนเรื่องจะกลับไปทำงานเมืองไทย ก็มีแต่คนบอกว่าอย่าเลย จะกลับไปทำอะไร มันไม่มีอุตสาหกรรมทางด้านนี้รองรับเลย ยกเว้นแต่ว่าจะเอาวิชาความรู้ไปทำงานในอุตสาหกรรมโฆษณา (บ้านเมืองที่แทบไม่มีนวัตกรรมทางโปรดักเลย แต่กลับมีอุตสาหกรรมโฆษณาที่ใหญ่มากมาก มันเป็นการบอกถึงทิศทางบางอย่างของประเทศได้เหมือนกันน่ะเนี่ย) แต่ก็ไม่อยากคิดให้มันแย่ขนาดนั้น มันอาจทางอื่นก็ได้ แค่ยังไม่เจอตอนนี้เพราะไม่ได้อยู่ตรงนั้นเท่านั้นเอง

ตอนนี้กำลังคิดว่าหลังจากทำงานที่นี่ไปสักพักนึงจนเริ่มอยู่ตัว อาจจะเริ่มแบ่งเวลาไปทำงานส่วนตัวที่ค้างคาไว้มาสามสี่ปีแล้วอีกครั้ง เคยคิดว่าจะทำ proposal เสนองานศิลปะเพื่อนำไปแสดงหลายปีแล้ว ไม่มีโอกาสสักที กลับบ้านที่กรุงเทพทีไรก็นอนทั้งวันกินทั้งคืน โอ้เพิ่งนึกขึ้นได้ ยังมีเพลงที่ยังไม่ได้เริ่มทำอีกสองสามเพลง อยากทำให้เสร็จก่อนสิ้นปีอีก ไม่รู้เวลามันหายไปไหนหมดเหมือนกัน

2.
หลังๆมาเหมือนงานแนว interactive installation มันจะมีออกมาเยอะมากมาก แต่สิ่งนึงที่เหมือนกันคือ ไม่มีความหมาย ทำให้คิดนึกย้อนไปถึงสมัย photoshop เป็นของทันสมัย จะมีคนเอา plug-in มาเล่นจนเลอะเทอะไปหมด แล้วสุดท้ายพอทุกคนเข้าใจแล้วว่า แบบนั้นมันไม่มีความหมายใดใดเลย งานพวกนั้นก็หายสาบสูญไปหมด ผมว่าตอนนี้งานพวก interactive installation เกือบครึ่งที่เห็น มาจากกระบวนการคิดแบบ technology-driven ทั้งนั้นเลย คือเห็นว่ามีเทคโนโลยี่อะไรใหม่ ใครทำอะไรอยู่ ก็อยากได้อยากมีอย่างเขาบ้าง แล้วสุดท้ายมันไม่มีเนื้อหา มันมีแต่กิมมิก ซึ่งก็เป็นกิมมิกที่เกิดจากเทคโนโลยี่ ไม่ได้เกิดจากตัวผู้สร้างงานเอง แล้วแบบนี้มันจะไปได้สักกี่น้ำก็สงสัยเหมือนกัน กลัวเหมือนกันว่ามันจะกลายเป็นของเสร่อภายในไม่ช้า แล้วอีกไม่่นานมันก็จะกลายเป็นได้แค่เครื่องมือส่งเสริมการขายของนักการตลาดซ้ำรอยประวัติศาสตร์เดิมๆ (คือเป็นเครื่องมือส่งเสริมการตลาด ไม่ไช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นได้แค่เครื่องมือส่งเสริมการตลาด นี่สิเป็นเรื่องน่าเศร้า)

Comments

เราว่าเรื่องกลับบ้านมันเป็นเรื่องส่วนตัวนะ หมายถึงถ้าอยากกลับน่ะั มันก็เป็นเหตุผลเพียงพอแล้ว ไม่เห็นต้องไปสนใจความคิดของใคร เรื่องงานก็เหมือนกัน ถ้าเจออันที่ชอบแล้ว และยังรู้สึกสนุกที่จะทำอยู่ ทำที่จุดไหนของโลกก็ดีทั้งนั้น

มันออกไปทางปัจจัยทางเศรฐกิจแหล่ะ เพราะถ้ากลับไปแล้วไม่มีงานทำก็ไม่มีเงินกินข้าว : )

แต่ก็นั่นน่ะสิ ถ้ายังสนุกกับงานที่นี่อยู่ก็ควรทำต่อไป (ที่กลัวคือมันจะไม่มีวันหมดสนุกไปอีกนานมากมาก จนตอนนั้นคิดจะกลับก็ไม่ได้แล้วน่ะสิ)

Post a comment