« สู้ต่อไป | Main | เมืองฟ้าอมร »

โอกาส และ ความอดทน

1.
วันก่อน มีคนมาเปลี่ยนหน้าต่างที่บ้าน เนื่องจากอาคารที่อยู่ตอนนี้หน้าต่่างมันเก่ามากมากๆ เจ้าของเขาต้องการเปลี่ยนหน้าต่างทั้งตึก เลยไม่พูดพร่ำทำเพลง บังคับคนที่อยู่อาศัยให้อดทนกับการที่จะมีบริษัทหน้าต่างเข้ามาเปลี่ยนหน้าต่างที่บ้านโดยที่เราไม่สามารถปฎิเสธได้

ผมขอร้องให้เพื่อนผมช่วยเฝ้าบ้านให้ ส่วนตัวเองหนีไปทำงาน เพราะทางบริษัทเขาบอกว่าจะใช้เวลาแค่สองชั่วโมงเท่านั้น แต่หลังจากผ่านไปสามสี่ชั่วโมง เพื่อนผมก็โทรมาบอกว่ามันมีปัญหา ให้รีบกลับมาเข้าเวรเฝ้าบ้าน ส่วนเขาต้องรีบไปทำงานต่อ

พอกลับมาถึง อึ้งไปเหมือนกัน เพราะนอกจากจะเละไปทั่ว ทั้งรอยเท้าบนที่นอน กำแพงที่เลอะแบบไม่จำเป็น ขอบหน้าต่างที่เละไปหมด มันยังมีหน้าต่างบานใหญ่บานสุดท้ายที่ขนาดมันไม่พอดีกับวงกบ เขาพยายามเท่าไหร่ก็ไม่ได้ (ก็แน่ละมันไม่พอดีนี่) ตอนหลังอยู่ๆก็บอกว่า โอเค จะเอาบานเก่ามาตอกตะปูแก้ขัดไปก่อน แล้วถ้าทำบานหน้าต่างให้พอดีกับบ้านได้จะกลับมาอีก ผมถามว่าเมื่อไหร่ เขาตอบว่าไม่รู้ แล้วก็ยกพวกพากันกลับไป

ตอนนั้นโกรธมากมาก แถมมีตาลุงคนนึงกวนประสาทสุดๆ (คนที่เดินย่ำบนที่นอนผมนั่นแหล่ะ) เป็นบุคคลที่ไม่น่ายุ่งเกี่ยวด้วยมากมาก พูดจากวนผมตลอด (เพราะเขาไม่รู้ว่าผมเป็นเจ้าของบ้าน คิดว่าเป็นพนักงานของตึก)


 2.
แต่สิ่งที่เรียนรู้จากวันนั้นที่อยากเขียนเก็บไว้คือ ในกลุ่มคนที่มาเปลี่ยนหน้าต่าง มีพนักงานอยู่คนนึงยังดูเด็กมาก วัยนั้นน่าจะไปเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัย มากกว่าจะทำงานหนักแบบนี้ เขาเป็นคนเดียวในกลุ่มนั้นที่เดินกวาดบ้านให้ผม และก่อนออกจากบ้านก็เดินมาขอโทษผมสำหรับหายนะที่พวกหัวหน้าเขาทำเอาไว้ ตอนนั้นผมเห็นได้ว่า ฟันแผงหน้าเขาก็หลอด้วย (ถ้าเขามีเงิน คงได้ไปเรียนหนังสือ และก็คงมีฟันปลอมใส่แล้วล่ะ)

ตอนนั้นรู้สึกขึ้นมาเหมือนกันว่า ทำไมในสังคมเราคนที่ไม่ได้ทำอะไรผิดมักจะต้องเป็นคนที่ตามล้างตามเช็ดสิ่งที่คนอื่นทำไว้ด้วย แถมพ่อหนุ่มคนนั้นก็เป็นคนที่ดูแล้วทำงานหนัก และซื่อสุดแล้ว แต่กลับต้องเป็นคนรู้สึกผิดที่สุด ในขณะที่คุณลุงตัวแสบพูดจากกวนโอ้ยไปมา เดินเหยียบโน้น วางของพิงนี้ เละไปหมด (บอกแล้ว เขาก็ไม่ฟัง แถมกวนประสาทกลับมาอีก)

ผมเรียนรู้จากคุณคนหนุ่มฟันหลอคนนั้นว่า บางครั้งเราก็อาจจะมองข้ามโอกาสต่างๆที่เราได้มาในชีวิต ที่มันอาจจะง่ายเกินไปจนเหมือนเป็นเรื่องที่เราคิดว่าเราควรจะได้ จนบางครั้งข้ามขั้นไปถึงแก่งแย่งโอกาสจากสังคมกัน แล้วมองว่านั้นคือเรื่องธรรมดา (โดยเฉพาะที่เมืองอย่างนิวยอร์ค หรือ กรุงเทพ)

แต่ขณะเดียวกันก็มีคนรอบๆตัวจริงๆที่เขาก็ไม่มีแม้่แต่โอกาสจะได้เริ่มต้นด้วยทิศทางที่ดีแต่แรก แล้วก็ต้องอดทนและทำให้ดีที่สุดในเส้นทางนั้นไปตลอดชีวิต (ผมจำได้ว่าตอนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย แทบไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองโชคดีแค่ไหน ที่มีที่เรียน ไม่ต้องหาเงินใช้เอง ไม่ต้องกังวลว่าสิ้นเดือนจะเอาเงินที่ไหนจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ)

หลังจากเก็บกวาดบ้านทั้งคืน ก็คิดถึงคุณฟันหลอคนนั้นอีกครั้ง แล้วก็ตัดสินใจว่าต่อไปนี้จะอดทนมากขึ้น ให้โอกาสคนอื่นมากขึ้นมากมาก และอย่าปล่อยให้บริษัทเปลี่ยนหน้าต่างถอดบานเดิมออกก่อนจะวัดบานใหม่ เด็ดขาด

Comments

ด้วยพื้นฐานของจิตใจ ก็ด้วยความที่เขาเป็นคนที่มีนิสัยเช่นนั้น เขาถึงได้ทำสิ่งนั้น ขอโทษหรือรู้สึกผิด แต่ว่าสำหรับคนที่มีนิสัยแสนแย่ การกระทำของเขาถึงได้ออกมาเป็นเช่นนั้น เพราะถ้าเขาไม่ได้เป็นคนแบบนั้น เขาก็คงไม่ทำบ้านคุณเลอะเทอะ พูดจากวนประสาทและคนแบบนี้แหละที่ทำให้คนที่มีสามัญสำนึกมากกว่ามาตามล้างตามเช็ดนี่แหละ

Thank you for this. I also sometimes forget about the value of what we already have.

สงสารน้องฟันหลอนั้นจังเลยค่ะ แต่ชีวิตน่ะนะ ตัวเราเองยังดิ้นรนแทบแย่แน่ะ

บางทีสังคมอาจจะต้องสร้างปีกและเขี่้ยวเล็บให้คนที่มีพื้นฐานจิตใจที่ดี มากกว่าจะพยายามไปกล่อมเกลาจิตใจของกลุ่มคนที่มีแต่เขี้ยวเล็บพวกนั้น

Post a comment