" /> unmodern blog: March 2008 Archives

« February 2008 | Main | April 2008 »

March 22, 2008

เรื่อยๆ

IMG_0046.JPG


วันนี้อากาศดีขึ้น เลยมีโอกาสออกไปเดินเล่นบ้าง หลังจากรู้สึกเหมือนผมจำศีล(อยู่แต่ที่ออฟฟิต)มาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา พอดีระหว่างเดินตัดถนนข้ามไปอีกฝั่งของเมืองผ่านสวนสาธารณะเจอเป็ดอาบน้ำในคลอง เลยถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกของวันนี้ นี่แหล่ะตื่นเต้นสุดแล้วของวันนี้

March 18, 2008

ค่ำแล้ว

ประชาชน#1: "กี่โมงแล้ว"

ประชาชน#2 (ดูนาฬิกาแล้วตอบว่า): "เที่ยงคืน"

สามสิบนาทีผ่านไป

ประชาชน#1 ถามอีกครั้งว่า: "กี่โมงแล้ว"

ประชาชน#2 (ดูนาฬิกาอีกครั้งแล้วตอบว่า): "เที่ยงคืนครึ่ง"

ประชาชน#1: "อ้าวไหนตอนแรกบอกเที่ยงคืน คำพูดนายมันเชื่อถือไม่ได้จริงๆ"

March 13, 2008

ขอเวลาเพิ่ม

ตอนนี้งานประจำมาถึงจุดที่ค่อนข้างอยู่ตัวแล้ว คือมันดีเกินกว่าที่เมื่อก่อนเคยหวังเอาไว้กับชีวิตการเป็นพนักงานออกแบบมาเยอะมากพอแล้ว ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าผมจะโชคดีมากมากที่ได้ทำโปรเจกที่ตอนเด็กๆเคยฝันไว้เยอะมากมาก แต่ก็อย่างว่าทำงานในนามคนอื่นถึงมันจะสนุกและตื่นเต้นแค่ไหน มันก็ไม่เหมือนทำงานให้ตัวเอง ถึงที่ผ่านมามักจะไม่ค่อยได้ความแต่ก็เป็นงานจากน้ำพักน้ำแรงเราเอง ดีก็เราเอง ห่วยก็เราเอง สบายใจดี

ตั้งแต่เรียนจบมาผมไม่เคยได้กลับไปจับอุปกรณ์หรือแม้แต่คิดถึงงานโปรเจกที่เกี่ยวข้องกับ physical computing อีกเลย พอมาทำงานประจำยิ่งไม่มีเวลาเข้าไปใหญ่ วันนี้ไม่รู้นึกยังไงคิดถึง arduino ที่ซื้อมาทิ้งเอาไว้ในลิ้นชักสองปีมาแล้วขึ้นมาได้ แต่จำไม่ได้แล้วว่าอยู่ไหน เลยคึกอยากทำงานศิลปะของตัวเองอีกครั้ง (หลังจากเดือนก่อนอยากทำเพลง) เลยว่าไหนไหนก็ไม่ค่อยมีเวลา ทำมันผสมกันไปเป็นโปรเจกเดียวพร้อมๆกันเลยแล้วกัน หวังไว้ว่าจะมีเวลาเหลือพอครับ

March 05, 2008

ใครๆเขาก็ทำกัน

วันนี้อ่านหนังสือเจอบทที่ว่าด้วยอิทธิพลจากบริบท คนเรามักจะปล่อยให้มาตฐานของบริบทมาทำให้มาตฐานของเราเปลี่ยนไปด้วย พวกพ่อค้าถึงชอบทำเงินโดยการล้างสมองเหยื่อว่าใครใครเขาก็ทำกัน หรือถ้าอยากเป็นคนแบบนั้น ต้องใช้ของแบบนี้ (หรือถ้าไม่อยากเป็นคนแบบนั้น ก็ต้องใช้ของแบบโน้น)

ตัวอย่างง่ายๆก็คือพวกเสียงคนหัวเราะในรายการsitcom ต่างๆ จากการศึกษา ถ้าผู้เข้าทดสอบให้ความเห็นส่วนตัวเป็นรายบุคคล ส่วนมากใครก็ไม่ชอบทั้งนั้น แต่ทำไมโปรดิวเซอร์รายการต่างๆก็ยังใส่เข้าไปตามหลังมุกตลกของตัวละคร ก็เพราะว่าเมื่อทดสอบกันจริงๆแล้ว เสียงหัวเราะเก๊ๆในรายการทีวีช่วยใึห้คนดู(ส่วนมาก)หัวเราะนานขึ้น และขำได้ยืดขึ้น ที่สำคัญช่วยกลบเกลื่อนมุกฝืดๆได้เยอะมากมาก เหมือนช่วยกระตุ้่นให้คนหัวเราะง่ายขึ้นนั้นเอง (เคยไปดูบอลที่อเมริกา มันเล่นน่าเบื่อมากขนาดที่ทางสนามต้องเปิดเสียงคนโห่ฮาร้องรำทำเพลงออกมาตามลำโพงเพื่อกระตุ้นบรรยากาศไม่ให้คนดูหลับ)

เรื่องบางเรื่องเหมือนถ้าถามใจเราจริงๆ เราก็ไม่ได้อยากได้ แต่เมื่อมองไปทางไหนใครๆเขาก็ทำกัน ใครๆเขาก็มีกัน เราก็เลยอยากได้ไปด้วย หรืออยากทำไปด้วย

สงสัยผมอาจต้องอัดเสียงหัวเราะใส่ในเครื่องเล่น mp3 ติดตัวเอาไว้ เวลาเดินออกไปข้างนอกบ้าน อ่านข่าว หรือกลับเมืองไทยคราวหน้า ก็เปิดเสียงหัวเราะฟังไปด้วยนั้นแหล่ะ จะได้รู้สึกว่าโลกนี้มันตลกดีจัง

March 04, 2008

whatever_a

whatever1.jpg

whatever2.jpg

whatever3.jpg

March 02, 2008

ไม่ได้การ

มองดูค่าเงินดอลล่าอ่อนเอาๆ เศร้าจริงๆ
ยิ่งไปดู forecast ของอััตราแลกเปลี่ยนปีนี้อีก (เชื่อได้ไม่ได้อีกเรื่อง) นี่มันอะไรเนี่ย