blog

Linda Linda Linda

July 29th, 2007

เมื่อคืนได้ดู DVD เรื่อง Linda Linda Linda
โอ้ ชอบที่สุดตั้งแต่นั่งดู DVD ที่บ้านมาในรอบปีนี้แล้วมั้ง มันเย็นๆเรื่อยๆมากมาก ชอบมาก ไม่มีเป้าหมาย ไม่มีกิมมิก ไม่มีอะไรมากมายเลย แต่มันดึงเอาความรู้สึกเหงา และบรรยากาศในโลกของเด็กนักเรียน กับความตั้งใจบางอย่างของตัวละครออกมาให้ดูได้ค่อนข้างเนียนมากมาก คนเขียนบทเก่งจริงๆ
เหมือนช่วงชีวิตเราหลายๆครั้งมันก็แบบนี้แหล่ะ ไม่ได้ดราม่าหรือแหวกแนวอะไรมากมาย แล้วสุดท้ายทุกอย่างมันก็จะเป็นความทรงจำที่ดีไปเอง
ผมรู้สึกว่าตัวละครที่เป็นนักร้อง เขาแสดงความเหงาออกมาได้ยังไงไม่รู้ ไม่ได้ทำอะไรเลย เหมือนบริบทของเรื่องมันค่อนข้างดีด้วยที่นำเราให้รู้สึกไปแบบนั้นได้โดยที่ตัวละครไม่ต้องพูดไม่ต้องเบ่งอารมณ์อะไรออกมาเลย
เพลงประกอบของ James Iha ก็โอเค ก็ทำหน้าที่ไปตามเรื่อง ไม่ต้องเป็น James Iha ก็ได้มั้ง แต่อย่างว่ามันไม่ไช่เรื่องที่จะต้องมาแย่งกันเด่นอะไรมาก ต่างฝ่ายต่างรองรับกันไปตามหน้าที่ สุดท้ายประกอบกันออกมาเป็นหนังเรื่องนี้ได้ก็เยี่ยมที่สุดแล้ว
นับถือคนออกตังให้สร้างจริงๆ นับถือตลาดเขาด้วย ที่ทำให้พ่อค้ากล้าลงทุนกับหนังบทแบบนี้ได้
ผมว่าเรื่องนี้เป็นหนังที่เจ๋งและลึกกว่าหนัง (หรือผู้กำกับ) หลายๆเรื่องที่พยายามทำตัวอินดี้ เข้าใจยาก หรือต้องมีแต่พวกนักดูหนังถึงจะดูได้ มากนัก
นึกถึงเวลาต้องทำงานออกแบบของในตลาด ถ้าจำนวน end user ไม่ได้ต้องการมันมากพอ พ่อค้าก็จะไม่ทำสิ่งนั้นออกมาขาย นักออกแบบก็ไม่มีทางได้ออกแบบอะไรที่ตัวเองเชื่อว่ามันน่าจะดีและอยากให้มันมีในสังคม
แต่ไม่มีอะไรแย่ไปกว่า ของที่ไม่ได้ความ ขายไม่ออก แต่คนทำออกมาพูดว่าตัวเองคิดลึกและอินเตอร์เกินไป คนอื่นไม่เข้าใจ สุดท้ายกลายเป็นช่างตัดเสื้อกับพระราชาไป ไม่มีใครกล้าบอกว่าไม่เข้าใจเพราะกลัวเรซูเม่ผู้กำกับ สังคมไหนมีคนแบบนั้นเยอะๆ ยากที่จะได้เห็นคนทำงานดีดีออกมา
ตลาดของญี่ปุ่นนี่เจ๋งจริงๆ [...]

ได้ลองไปเปิดๆหนังสือรวมงานของคุณ Naoto Fukasawa อาทิตย์ก่อนโน้น แล้วชอบมากมาก เหมือนแกมีกระบี่อยู่ที่ใจไปแล้ว ไร้กระบวนท่า ทำอะไรก็ได้ ที่สำคัญออริจินอล มากมาก (คือทำอะไรเรียบๆ มันก็ทำได้ทุกคนมั้ง แต่ทำออกมาแล้ว มันมีกึ๋น+ออริจินอล ด้วย นี่มันอีกเรื่อง)
เมื่อวันก่อนตอนทานอาหารเที่ยง ผมเลยถามอาจารย์ที่ทำงานว่าคุณ Naoto แกไปไงมาไงถึงมาเป็นมาสเตอร์ทางด้านการออกแบบในทางของแกได้ขนาดนี้ เพราะเห็นแกเขียนและพูดเหมือนมันง่ายจัง อยู่ดีดีก็ทำได้
อาจารย์ผมเขาก็เลยบอกว่า Naoto แกทำงานหนักและบ้าเลือดมากมาเป็นสิบๆปี มันไม่ได้ออกมาง่ายๆเหมือนที่เขาพูดหรอก อาจารย์อีกคนเคยทำงานกับคุณ Naoto สมัยอยู่ IDEO สิบกว่าปีก่อนก็บอกว่า แกทำงานหนักและอึดที่สุดในบริษัท (ถึงขั้นว่าเจ้าของบริษัทเดินมาขอให้กลับบ้านเพื่อไปดูแลภรรยาที่กำลังท้องอยู่ได้แล้ว) แล้วกว่าจะเก่งได้ เขาก็ผ่านความละเอียดและเบสิกต่างๆมาเยอะมากมาก จนไปถึงจุดก่อนเขาจะไปถึงขั้นปรมจารย์สุดๆ ตอนที่เกิดการตั้งคำถามกับตัวเองขึ้นมาว่า ตกลงเขาทำอะไรอยู่ ดีไซน์ที่ดีคืออะไร เลยออกมาเป็น คอนเซป Without Thought แบบที่เขาพัฒนาแนวทางขึ้นมาอีกที
จะว่าไปจนป่านนี้ผมยังไม่เห็นใครที่เก่งแล้วไม่ทำงานหนักเลย (เกิดมายังไม่เคยเห็นคนมีชื่อเสียงที่เก่งจริงๆคนไหนนั่งๆนอนๆแล้วโผล่มาเก่งเลย เหมือนตัวละครโกวเล้งสักคน)

Beautiful Evidence

July 4th, 2007

เมื่อวานผมบังเอิญเดินไปเจอหนังสือ Beautiful Evidence เล่มนี้ของคุณ Edward Tufte ที่ร้านหนังสือแถวที่ทำงาน ผมเห็นเขาโฆษณามานานแล้วแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่พอเปิดๆดูแล้วก็รู้สึกว่า ลุงแกเป็นสุดยอดในเรื่อง information visualization ในแบบของแกจริงๆ
เนื้อหาในเล่มก็เหมือนงานเดิมๆของแก ในเรื่องการนำเสนอข้อมูลออกมา ให้คนเข้าใจได้อย่างมีประสิทธิผล (และงดงาม) บางส่วนของเล่มก็ออกแนวขยับขยายหัวข้อใหม่มาจากข้อมูลและกรณีศึกษาเดิมจากเล่มก่อนๆ แต่ก็น่าจะสนใจอยู่ดี แต่อย่างว่าคอนเซปมันก็เหมือนที่ผ่านมา ก็เลยไม่ค่อยรู้สึกแปลกใหม่อะไรมากนัก ไม่เหมือนกับตอนที่อ่าน Envisioning Information ครั้งแรกหลายปีก่อน (ตอนนั้นรู้สึกเหมือนตอนอ่าน มานี มานะ เล่มหนึ่ง ครั้งแรกตื่นเต้นมาก)
จะว่าไป ก็มีหลายคนที่ผมรู้สึกว่าเขามีแรงบันดาลใจกับวิธีทำงานของผม หนังสือของคุณ Tufte ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยมั้ง แต่เหมือนมันไม่ได้แค่เป็นแรงบันดาลใจ มันออกไปทางเปลี่ยนพื้นฐานวิธีการคิดในการออกแบบของผมไปเยอะมากมากเลยมากว่า (เหมือนตอนอ่าน มานี มานะ ครั้งแรก แล้วมองตัวหนังสือเป็นภาษาได้อ่ะครับ) ไม่รู้ดีหรือไม่ดี แต่ชอบ

เผด็จการ

July 2nd, 2007

วันนี้ไปถึงที่ทำงาน อาจารย์แกก็เรียกเข้าไปดู iPhone เขาบอกว่าได้มาโดยไม่ต้องเข้าคิวเลย (แต่ต้องจ่ายเงินน่ะ) เดินไปที่ร้าน ก็บอกเขา เฮียขอ iPhone อันนึง เขาก็หยิบมาให้ เท่านั้นเองไม่เห็นต้องเสียเวลาเลย เพราะ Apple เขาเก๋าเรื่องการกะจำนวนลูกค้าที่จะปล่อยของวันแรกอยู่แล้ว
หลังจากลองๆใช้ดู อืมม เก่งจริงๆ จังหวะทัชชิ่งต่างๆ การเชื่อมต่อ การจัดเรียงข้อมูล สุดยอดจริงๆ และดูแล้วสามารถขยับขยายอะไรต่อมิอะไรได้อีกเยอะมากมาก เหมือนเขาออกแบบ interface เป็นโมดูล่ามาเพื่อพัฒนาต่ออีกได้อีกไกลเลย
ถึงตัวผมจะใช้ระบบของ Cingular/ AT&T อยู่แล้ว แต่คิดว่าก็คงไม่ไปซื้อแน่ๆอยู่ดี iPhone ไม่รู้จะเอาไปทำไม เพราะแค่ทดลองเล่นของที่ทำงานก็เกินพอแล้ว (สามนาทีก็เบื่อแล้ว) แต่ยังไงก็ตาม นับถือมากมากครับ นอกจาก Wii จาก Nintendo แล้ว รอบสองสามปีที่ผ่านมา ก็มี iPhone นี่แหล่ะที่ประทับใจมากมากในเรื่องของความสมดุลของ Technology + Design + Business
(นิทานเรื่องนี้สอนว่า ถ้าสามารถใช้เทคโนโลยี่ได้ฉลาด ร่วมกับการออกแบบได้ยอดเยี่ยม จะหิวกระหายเงินอย่างไรก็ไม่น่าเกลียด)
ตอนกลางวันที่ทำงานเขาก็บอกว่า มีแต่ Apple เท่านั้นแหล่ะที่จะสามารถทำอะไรแบบ [...]

Proudly powered by WordPress. Theme developed with WordPress Theme Generator.
Creative Commons License