เดือนนี้ผมโดนเรียกให้ไปรับใช้ชาติโดยการเป็น Juror ที่ศาลแถวบ้านอีกแล้ว ตอนแรกก็เตรียมล็อกเวลาเอาไว้ว่าวันไหนว่างไม่ว่าง แต่เนื่องจากมัน(เอกสาร)บอกว่าให้โทรไปฟังผลตอนเย็นว่าต้องไปศาลตามเวลานัดไหมก่อนรอบนึง แล้วก็เป็นอย่างที่กลัวคือไม่ต้องไปตามนัด แต่ให้โทรไปตอนเย็นอีกทีว่าวันรุ่งขึ้นต้องไปไหม ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆโทรไปทุกเย็นเป็นเวลาสองอาทิตย์ งานการไม่ต้องทำกันพอดี จะรู้ไหมว่าวันไหนจะต้องไปศาล วันไหนจะต้องไปนัดใครทำอะไรก็มั่วไปหมด จะเตรียมงานเตรียมเวลาทำอย่างอื่นก็ไม่ได้ เหมือนต้องมาบ้าจี้โทรไปถามเขา(คอมพิวเตอร์)ทุกเย็นว่ารุ่งเช้าผมต้องไปศาลไหมครับ
นึกถึงตอนเด็กๆเวลาคุณครูจะตีแล้วไม่ตีสักที แล้วก็ไม่รู้จะตีเมื่อไหร่ด้วย ทรมานสุดแล้วครับ ความรู้สึกนี้
Filed under: Journal | Comment (0)
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตกลงการออกแบบที่ดีมันคืออะไรกันแน่ ยิ่งในโลกแห่งความหลอกลวงมั่วนิ่ม โลกที่อุตสาหกรรมแห่งการพูดถึงเรื่องการออกแบบนั่นใหญ่กว่าอุตสาหกรรมการออกแบบเองเสียอีก แต่ก็อยากจะลองตั้งกติกาของตัวเองขึ้นมาเป็นกรอบในการทำงานต่อไป
ตอนนี้คิดมาได้แค่ข้อเดียวเอง
“Good design must not be produced by jerks.”
Filed under: Journal | Comment (0)
เมื่อคืนได้ไปดูคอนเสริตน้า Morrissey ที่ Carnegie Hall มา หลังจากเพิ่งกลับมาจากเปรูตอนเช้าตรู่ คนดูไม่ค่อยมันเลย อาจเพราะสถานที่มันไม่ได้เอาไว้จัดงานแบบนี้ก็ได้ แต่คุณ Morrissey และสหาย ก็เจ๋งอยู่ดี จะว่าไปน้าแกก็รุ่นราวคราวเดียวกันกับพี่เบิร์ดน่ะครับ แต่เวลามองย้อนกลับไปเหมือนแกทำอะไรมาเยอะมากมากเลย
นึกขึ้นมาได้ว่าสิ่งที่เหมือนกันอย่างหนึ่งระหว่างการเดินทางในป่าเขา กับเพลงของ Morrissey คือ การมองไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง อย่าไปยึดติดกับความสำเร็จในอดีต
วีดีโอนี้เป็นของเก่า แต่น้าแกเล่นเพลงนี้เป็นเพลงสุดท้ายของเมื่อวาน มีคนหลุดขึ้นไปกอดบนเวทีได้ด้วย น่ากลัวมาก
Filed under: Music | Comment (0)
เพิ่งกลับมาจาก Inca Trail ที่เปรู
เหนื่อย เพลีย สุดๆ แต่มีความสุขที่ผ่านมาได้
เรียนรู้ว่า
-การที่คนที่ทำงานที่อเมริกามีพักร้อนแค่ 10 วันต่อปี มันทำให้หมดโอกาสที่ได้เรียนรู้โลกไปเยอะมากมาก เมื่อเทียบกับคนยุโรป และ ออสเตรเลีย
-การผ่านการไปเขาชนไก่สมัยวัยรุ่นมาได้ มันช่วยเรื่องสภาพจิตใจการเดินทางโหดๆแบบนี้ได้มากมาก เหนื่อยแต่กาย แต่ใจสบายมาก เพราะอิสระมากไม่ต้องทำตามคำสั่งครูฝึก
-เปรูเป็นอีกหนึ่งประเทศกรณีศึกษาการกินบ้านโกงเมืองได้ดีมากมาก นักการเมืองไทย, ข้าราชการไทย, และผู้ฝักไฝ่อยากเดินตามท่านๆ น่าจะไปดูงานกันเยอะๆ เปลี่ยนทรัพย์สมบัติของชาติให้เป็นของต่างชาติให้หมด ให้คนพื้นถิ่นรับใช้คนขาว เงินที่ได้มาเข้ากระเป๋าใครไม่รู้ แต่ไม่ไช่คนในประเทศตัวเองแน่ๆ
-เนื่องจากเดินทางกลุ่มเดียวกับพวกคนยุโรปบ้าพลัง พวกนั้นสภาพร่างกายมันแข็งแรงกันจริงๆ บอลไทยคงอีกนานกว่าจะได้ระดับโลก
-ที่ผ่านมา โลกของผมช่างแคบเหลือเกิน มีอะไรต่อมิอะไรให้รีบศึกษาเรียนรู้อีกมากมายยิ่งนัก
-คิดถูกมากมากที่ลาออกจากงานประจำเพื่อเดินหน้าต่อไป ชีวิตคนมันต้องเดินทางเฟ่ย








Filed under: Journal | Comments (4)
เช้าตรู่วันนี้กำลังจะออกจากนิวยอร์คไปเปรูสองอาทิตย์ เป้าหมายของการเดินทางครั้งนี้คือจะไปเดินเขาขึ้นไปเที่ยวมาชูพิชู กลับมาแล้วจะเอารูปมาแปะให้ดูครับ
Filed under: Journal | Comment (0)
สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายที่ผมจะทำงานที่บริษัทนี้แล้ว มีเพื่อนบางคนบอกว่า หนอยแน่ ทำไมมาลาออกเอาช่วงที่คนไม่มีงานล้นบ้านเมืองกันแบบนี้ แต่มันก็อยู่ในโครงการส่วนตัวมาตั้งแต่แรกว่าผมอยากจะออกมาตั้งแต่ประมาณตุลาคมปีที่แล้วแล้ว เพราะอยากมีเวลามาทำงานส่วนตัวเสียที หลังจากไม่มีเวลาพัฒนางานของตัวเองเลยมาหลายปีแล้ว ตัดสินใจอยู่นานเหมืิอนกันเพราะถ้าลาออกแล้วจะหาบริษัทออกแบบที่ดีขนาดนี้ทำงานด้วยคงยากแล้ว จะกลับมาที่เดิมก็คงเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะลาออกอยู่ดี ด้วยเหตุผลที่เด็กจริงๆเล้ยว่า “ผมอยากมีเวลาทำงานของตัวเองบ้างครับ”
จำได้สมัยผมวัยรุ่นสุดๆตอนที่ Bernard Butler ลาออกจาก Suede ใหม่ๆ มันเป็นเรื่องที่ผมเซ็งมากมาก เพราะผมชอบฟังเสียงร้องของ Brett ประสานกับ ES335 ของ Bernard มาก หลังจากนั้นแล้วพี่เขาก็เหมือนพยายามลองทำหลายๆอย่างๆร่วมงานกับหลายๆคนกระจายๆไปเรื่อย ผมเคยคิดว่าเขาจะหยุดตัวเองไว้ที่เพดานนี้เสียแล้ว พอมาฟังเพลงของ Duffy เมื่อปีที่แล้วที่พี่แกมาโปรดิวซ์ให้ก็รู้สึกว่า เฮ้ย!คุณ Bernard แกเหมือนกำลังจะเริ่มชีวิตที่ดีมากมากในอีกระดับเพดานนึงแล้วว่ะ จนเขามาได้รางวัล Producer ยอดเยี่ยมจาก Brit Award ปีนี้ (เฉือน Brian Eno!!!) เฮีย Bernard แกเป็นอีกหนึ่งในแรงบันดาลใจของผมในเรื่องการเป็นมืออาชีพ ทำงานหนัก และลองทำงานร่วมกับคนที่หลากหลาย ลองผิดลองถูกให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ จนกว่าจะสามารถผ่านเพดานตัวเองขึ้นไปอีกขั้นให้ได้
มีหลายอย่างที่ผมว่าจะทำจะทำมาตั้งแต่ตอนเรียนจบ คงเริ่มมีเวลาทำตอนนี้แหล่ะครับ
ตั้งใจว่าอยากมีสตูดิโอทำงานขนาดเล็กของตัวเองมานานแล้ว กะว่าหลังจากกลับจากไปเที่ยวเปรูเดือนหน้า ควรจะเริ่มต้นทำงานหนักอีกครั้งได้แล้ว
Filed under: Journal | Comment (0)

วันก่อนเพิ่งได้ดู The Visitor
ชอบอีกแล้วครับ เป็นเหมือนหนังท้องถื่นแถวบ้านยังไงไม่รู้ เพราะฉากเหตุการณ์เกิดขึ้นในหนังเกิดขึ้นบริเวณที่ผมใช้ชีวิตประจำวันอยู่บ่อยมากเมื่อก่อน แถวโรงเรียน สวนแถวโรงเรียน สถานีรถไฟ บรรยากาศทำให้คิดถึงตอนมานิวยอร์คใหม่ๆ (จำได้มีวันนึงไปวาดรูปเล่นที่ Washington Square Park ตอนมีคนเล่นดนตรีแถวนั้น ก็นั่งฟังเขาไป วาดรูปไป อยู่ดีดีคนเริ่มมาล้อมมุงดูผมวาดรูปแทน ทั้งที่รูปที่ผมวาดมันก็ไม่ได้เรื่องหรอก แต่ด้วยทฤษฎี ช่างตัดเสื้อกับพระราชา คนเลยเออออกันไปว่าผมวาดรูปสวย เลยยิ่งมามุงกันจนผมวาดต่อไม่ได้)
เป็นหนังเล็กๆ ที่คอนเซปใหญ่ไม่ค่อยหนักแน่นมากนัก (ในความเห็นผม บทมันไม่ค่อยมีลอจิกอะไรเท่าไหร่เลย) ?แต่คุณลุงดารานำแสดงโคตรดีเลยครับ คุณ Richard Jenkins สมควรแล้วได้เข้าชิงออสก้า บรรยากาศเรื่องนี้มีความเป็นนิวยอร์ค(ในความเห็นผม)มากที่สุดเรื่องนึงตั้งแต่ดูหนังเกี่ยวกับเมืองนี้มา คือมันเหมือนเอากล้องไปถ่ายกลางถนน ไปถ่ายที่บ้านเพื่อน ไปถ่ายที่ร้านแถวบ้าน โดยไม่ต้องไปเบ่งความเป็นนิวยอร์คนิวยอร์คออกมาเลย
คงไม่เล่าหรือวิจารณ์หนัง แต่แนะนำว่าถ้ารู้สึกเบื่อๆกับสิ่งที่ทำอยู่ ไม่รู้จะทำอะไร ลองดูหนังเรื่องนี้ก็ดีครับ มันเป็นแบบที่หนังที่ดีเรื่องหนึ่งควรจะเป็นนั่นแหล่ะ
Filed under: Journal | Comment (0)

ไม่รู้ว่ามีใครเห็นโลโก้ใหม่ของ Pepsi หรือยัง ส่วนตัวแล้วผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันมากนัก เนื่องจากผมไม่แคร์เรื่องโลโก้หรือฉลากบรรจุภัณฑ์ใดใดทั้งสิ้นมานานแล้ว จนกระทั่งไปเจอ design strategy ที่บริษัท arnell group ทำให้ Pepsi เพื่อขายงานชิ้นนี้
บ้าไปแล้ว คนที่ทำproposalนี้นี่คือมาสเตอร์ของความมั่วนิ่มที่สุดที่ผมเคยเห็นมาในชีิวิตการทำงานออกแบบมาแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าคนอื่นที่เห็นจะคิดกันยังไง แต่อย่างน้อย arnell group ก็ทำเงินมหาศาลจากโปรเจกนี้ ไม่ว่า Pepsi จะทำกำไรได้จากการพยายามจะ rebranding ครั้งนี้หรือไม่
จนป่านนี้ผมยังไม่อยากเชื่อเลยว่านี่มันเรื่องจริง ตอนแรกผมคิดว่านี่เป็นเรื่องตลกที่มีคนแกล้งทำขึ้นมาเสียอีก
นับถือจริงๆ ผมว่าคิดโลโก้ที่ดี ยังไม่ยากเท่ากับการพยายามชักแม่น้ำทั้งห้ามาเขียน proposal ขายงานชิ้นนี้จริงๆ
Filed under: Journal | Comment (0)

วันก่อนเดินเล่น เลยถ่ายรูปเก็บไว้ด้วย
Filed under: Journal | Comment (0)