unmodern blog

เพิ่งอาการดึขึ้นจากการเป็นหวัดแดด ไม่น่าไปบ้านั่งซักผ้ากลางแดดเปรี้ยงๆเลย ไม่อยากเชื่อว่าอาการมันจะหนักมาก เหมือนตอนเป็นไข้หวัดใหญ่เวลาเปลี่ยนฤดูกาลเลย โดยสถิติผมจะป่วยหนักปีละหนึ่งถึงสองครั้ง ปีนี้โดนไปแล้วสอง (ครั้งแรกป่วยเป็นอะไรไม่รู้ตอนต้นปี ตอนแรกเป็นผื่นคันๆ แล้วเปลี่ยนเป็นเลืิอดออกมาขังตามผิวหนังทั้งตัว แถมหายใจไม่เข้าอีก คิดว่าจะไม่รอดเสียแล้วตอนนั้น หมอยังไม่รู้เลยว่าตกลงผมเป็นอะไรกันแน่) 

เวลาป่วยแล้วมันเหมือน มีดวงใจแต่เหมือนไร้วิญญาณ ทรมานมาก เพราะมันทำอะไรก็ไม่ได้ คิดอะไรก็ไม่ออก ปวดหัวไปหมด สมาธิก็มีไม่ได้ ไม่งั้นมันจะปวดหัวเข้าไปอีก จนอาการเริ่มดีขึ้น ผมถึงรู้สึกว่าการไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐจริงๆนั่นแหล่ะ (ก็ไม่เคยคิดจะเถียงหรอก) 

แต่พอมองอีกที แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าปรกตินั้นเราไม่ได้ป่วยไม่ได้มีโรค เราจะรู้ได้ยังไงว่าที่เราคิดว่าเราปรกตินั่น มันคืออาการปรกติจริงๆ มันอาจจะเป็นอาการป่วยบางอย่างที่เราชินกับมันก็ได้ เช่น ชินกับการคิดไม่ออก ชินกับการไม่ใช้เหตุผล ชินกับการใช้อำนาจแบบไม่มีที่มาที่ไป ชินกับการมองโลกด้านเดียว ชินกับการโวยวายกลบเกลื่อนความผิดตัวเอง ชินกับการบอกตัวเองว่าฉันนี่แหล่ะคือความถูกต้อง หรือแม้แต่ชินกับความโง่ของตัวเอง แบบนี้มันก็ป่วยเหมือนกันน่ะผมว่า เพียงแต่อาการมันอาจจะไม่ได้ชัดเจนเป็นรูปธรรมเท่ามีน้ำมูก หรือ ไอจาม ตลอดเวลา

หรือจะว่าไปแล้ว ความป่วยไข้ก็คือความอ่อนแอของชีวิตที่เรายังไม่ชินนั้นเอง เพราะถ้าเราชินแล้ว มันอาจจะเรียกว่าอย่างอื่นก็ได้

 

Update:

เพิ่งหายป่วยวันพุธเย็น เมื่อวานวันพฤหัสบดี ผมเดินข้ามทางม้าลายกลางแดด แล้วเดินเข้าร้านอาหารที่มีแอร์ อยู่ดีดีิปวดหัว น้ำมูกไหล ตอนแรกคิดว่าแค่แพ้อากาศ แต่ไปไปมามากลับมาป่วยเป็นหวัดอีกแล้วเพื่อนๆ

2 Responses to “การไม่มีลาภ เป็นโรคอันประเสริฐ”

  1. fridaysongs

    ช้ำจนชิน.

  2. เจ

    5555
    หรือไม่ได้อยู่กับปัจจุบันนั่นอาจจะแปลว่าป่วยแล้ว

Leave a Reply

Proudly powered by WordPress. Theme developed with WordPress Theme Generator.
Creative Commons License