
ไม่รู้เพราะเหตุใดหลังที่จากได้อ่าน The Fountainhead จบนั้น มันทำให้อดคิดถึงเรื่อง ฤทธิ์มีดสั้น ไม่ได้
ตัวละครอย่าง Howard Roark กับ Gail Wynand มีลักษณะและความสัมพันธ์ที่คล้ายกันกับคนแบบ ลี้คิมฮวง และ เซียงกัวกิมฮง มาก เป็นคนประเภทเดียวกัน ที่เลือกเส้นทางชีวิตต่างกัน คนที่เป็นเงาของกัน แต่คนหนึ่งเลือกที่จะสละทุกอย่างเพื่อทำสิ่งที่ตัวเองเชื่อโดยไม่ต้องไปยุ่งกับยุทธภพ ส่วนอีกคนเลือกที่จะสละทุกอย่างเพื่อครองยุทธภพก่อนค่อยทำสิ่งที่ตัวเองเชื่อ
หรือคนอย่าง Peter Keating ก็ทำให้ผมคิดถึงคนแบบ เล้งโซ่วฮุ้น คนที่ทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้ครอบครองอะไรก็ตามที่คนอื่นมองว่าคนที่ประสบความสำเร็จนั้นควรจะมี ยกเว้นอย่างเดียวที่เขาไม่มีคือ ความภูมิใจในตัวเอง
หรือแม้แต่ตัวละครแบบ Ellsworth Toohey ที่ไม่ได้มีความสามารถอะไรด้วยตัวเอง แต่กลับหาวิธีสร้างอำนาจให้ตัวเองได้ด้วยการเป็นนักวิจารณ์ที่ชี้เป็นชี้ตายคนอื่นได้ด้วยปากกา ก็ทำให้คิดถึงคนแบบ แป๊ะเฮียวเซ็ง ที่เขียนตำราอาวุธ ทำตัวเป็นนักจัดอันดับยอดฝีมือในยุทธภพ ทำให้ยอดฝีมือต่างฆ่าฟันกันเพื่อแย่งชิงอันดับในตาราง สามารถเป็นคนที่มีอิทธิพลในยุทธภพได้โดยที่ไม่ต้องเป็นยอดฝีมือเสียเอง
ความเห็นส่วนตัวนั้น ผมรู้สึกว่าตัวละครแบบนี้ เป็นตัวละครที่ไม่มีวันล้าสมัย แต่ละตัวละครก็เป็นเหมือนตัวแทนของมนุษย์แบบต่างๆที่มีอยู่ทุกยุคทุกสมัย เพียงจะจับเอามาใช้กับวงการแบบไหนก็ได้ มันก็มีคนแบบนี้อยู่ทั้งนั้น จอมยุทธ์, สถาปนิก, อาจารย์, นักธุรกิจ, นักดนตรี ฯลฯ (แต่วงการแพทย์ กับ พระ อาจจะไม่ได้ เพราะสองวงการนี้ไม่เคยมีคนไม่ดี)
The Fountainhead เป็นนิยายของคุณ Ayn Rand ที่ตีพิมพ์ออกมาเมื่อปี 1943 แต่เมื่อมาอ่านตอนนี้ ก็ยังรู้สึกว่าเรื่องราวในหนังสือนั้นช่างร่วมสมัยอะไรขนาดนั้น แก่นของเรื่องจริงๆ ผมเองก็ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่ ในส่วนของการนิยมความเห็นแก่ตัวและความเป็นตัวของตัวเอง (individualistic) เพื่อที่จะผลักดันโลกไปข้างหน้า คือก็อาจจะเห็นด้วยบ้าง แต่ก็ไม่ได้เห็นด้วย100% โดยส่วนตัวผมเชื่อว่า คนคนเดียวไม่สามารถเปลี่ยนโลกได้ แต่คนเกินสามคนก็ไม่สามารถเปลี่ยนโลกได้เช่นกัน
มันน่าสนใจที่เขาใช้สถาปัตยกรรมเป็นตัวแปรในการแทนค่าของการแสดงอัตตาของคนในเรื่อง (คือมันจะเป็นอะไรได้ทั้งนั้นแหล่ะ แต่สถาปัตยกรรมมันอาจเป็นตัวแปรที่เข้าใจง่ายสุด) เช่นตอนที่สถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์นโดนทำให้มันฮิต คนที่เคยทำงานแนวอนุรักษ์นิยม หรือแนวคลาสสิก (และแนวอะไรต่อมิอะไร) ก็หันมาใช้องค์ประกอบของงานโมเดิร์นเป็นจุดตกแต่งของอาคาร โดยที่ไม่ได้มีอะไรที่มันออกจากแก่นความเชื่อข้างในเลยอยู่ดี น่ารักดี


