ความเข้าใจระหว่างกันและกัน แทบไม่ต่างอะไรกับคนปิดตาคลำช้างที่กำลังเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ บางครั้งเราอาจคิดว่าเราเข้าใจอีกฝ่ายแล้ว แต่มันก็เป็นเพียงบางส่วนของภาพรวมที่เปลี่ยนแปลงสภาพไปเรื่อยๆไม่มีวันหยุด ตามสภาพแวดล้อมและเวลาอยู่ดี บางครั้งการที่เราคิดว่าใครเปลี่ยนไป อาจนำมาอธิบายได้ง่ายกว่านั้นคือ เราเองนั่นแหล่ะเข้าใจเขาผิดมาตลอดก็ได้
นับประสาอะไร คน, สัตว์, สิ่งของ ฯลฯ ที่เราไม่รู้จัก, ไม่เคยสัมผัส, หรือ ไม่เคยเรียนรู้อะไรจากกันและกัน แต่กลับมาคิดว่าเราเข้าใจสิ่งเหล่านั้นดีแล้ว
Filed under: Journal | Comment (0)
1. หนึ่งในสิ่งที่ผมอยากเห็นในโลกในฝัน คือโลกที่เลิกแบ่งประเภทของงานสื่อประเภทต่างๆเป็นอินดี้, ป๊อป, หรือ อาร์ต ฯลฯ เสียที มันก็แค่หนังหรือเพลงที่เราชอบหรือไม่ชอบเท่านั้นเอง หนังสั้นห่วยๆก็มีถมเถ เพลงอินดี้เฝือๆก็มีให้ได้ยินเยอะกว่าเพลงป็อปอีก
2. ถึงแม้ว่าอาการแพ้ละอองดอกไม้ หรือ เครื่องปรับอากาศ จะหายไปเยอะแล้วหลังจากกลับมาอยู่กรุงเทพฯ แต่อาการเวียนหัวเมื่อได้ยินเสียงเพลง(และเสียงของดีเจ) จากบางคลื่นวิทยุก็ยังคงเป็นอยู่เหมือนเดิม และไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นเลยจริงๆ ทำได้ก็คือไม่ฟังวิทยุ แต่ในกรณีที่เลี่ยงไม่ได้จริง(คนอื่นเขาเปิด) ก็ทำได้แค่ อดทน อย่าใช้เหตุผลใดๆทั้งสิ้น
Filed under: Thought | Comment (0)
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสไปร่วมเป็นกรรมการตรวจวิทยานิพนธ์ให้นักศึกษาภาควิชาออกแบบอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ผมรู้สึกว่าได้เรียนรู้อะไรจากนักศึกษาเยอะมาก ได้เห็นและรู้สึกทึ่งในความตั้งใจในการทำงานของพวกเขา ส่วนหนึ่งอาจเพราะสมัยผมเรียนนั้นยังอยู่ในเจเนเรชั่นที่ต้องใช้มือทำทุกอย่าง ขนาดแค่จะกดปุ่มพิมพ์หนังสือวิทยานิพนธ์ออกมาจากโปรแกรมพิมพ์งานยังต้องวิ่งไปถามเพื่อนเลยว่าทำยังไง แต่สมัยนี้ด้วยเทคโนโลยี่ต่างๆ ทำให้งานของนักศึกษามีคุณภาพด้านการผลิตที่สูงมาก ไม่นับเรื่องการหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆที่ทำได้สะดวกขึ้น
หน้าที่ของผมในกรณีนี้ก็คงทำได้แค่ให้ความเห็นที่อาจจะเป็นมุมมองที่เป็นประโยชน์กับเขาได้ ผมเชื่อว่าสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับการใช้เวลาทำวิทยานิพนธ์ในระดับปริญญาตรีของนักศึกษานั่นไม่ไช่การสร้างงานที่สมบูรณ์แบบขึ้นมาให้กับตัวเอง แต่เป็นการใช้เวลาทำงานอะไรบางอย่างขึ้นมาจากความรู้ที่เราเรียนมา เพื่อใช้มันเป็นเครื่องสร้างการสนทนาเพื่อให้เราเห็นทั้งจุดอ่อนจุดแข็งของตน จะได้สามารถนำไปพัฒนาตัวเองก่อนจะจบออกไปจากระบบการศึกษานั่นเอง โดยรวมผมจึงเลือกแค่ตั้งคำถามจากโลกภายนอกให้น้องเขาได้ตอบกลับมาเป็นหลัก ซึ่งก็รู้สึกผิดเล็กๆเหมือนกันที่เลือกใช้วิธีเช่นนั้น เนื่องจากว่าถ้ามองแบบใจเขาใจเรา น้องเขาตั้งใจทำงานมาทั้งปีอยู่ๆมีใครไม่รู้เดินมาถามโน้นถามนี่ บางคำถามก็ไม่เกี่ยวกับที่เขาเตรียมมาพูดเลย (นี่มันหาเรื่องกันชัดๆ) ยิ่งเมื่อย้อนกลับไปมองสมัยตัวเองแค่เจอแขกรับเชิญเข้ามาตรวจงานเขาพูดอะไรเราก็กลัวแล้วอย่าว่าแต่จะไปคิดเหตุผลโต้กลับเลย ยิ่งมีใบคะแนนอยู่ในมือเขาด้วย แต่น้องๆเขาก็ตอบคำถามกันได้ดีมาก (ถึงจะขลุกขลักไปบ้าง แต่ก็สมวัย)
โดยรวมแล้ว ผมคิดว่ามาตรฐานงานของนักศึกษาที่ผมได้มีโอกาสไปตรวจนั้นถือว่าดีมาก (นักศึกษายุคนี้ ต่อให้ใครจะว่ายังไง ผมว่าพวกเขาก็มีคุณภาพกว่าตัวผมเองตอนสมัยเรียนเยอะ) ก็ขออวยพรอ้อมๆผ่านตัวหนังสือว่าขอให้โชคดีมีความสุขกันเด้อ
Filed under: Journal | Comment (0)
VIDEO
ตอนทำงานที่นิวยอร์ค เวลาเครียดมากๆ วิธีเยียวยาสมองตัวเองที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งคือใส่เฮดโฟนแล้วฟังเพลงของ Harold Budd กับ Brian Eno วนไปเรื่อยๆ ช่วยได้เยอะมากครับ
Filed under: Journal , Music , Thought | Comment (1)
“It is difficult to get a man to understand something when his salary depends upon his not understanding it.” - Upton Sinclair
โครงการ Sky Walk เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ผมรู้สึกสงสารเมืองกรุงเทพฯมาก แต่อย่างว่าชนชั้นกลางชาวกรุงอีกหลายส่วน รวมไปถึงผู้ว่าฯ, รองผู้ว่าฯ, และกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ เขาคงยินดีปรีดากับของขวัญสำหรับชาวกรุงเทพฯ (ที่มาจากภาษีและการกู้หนี้ยืมสิน) ราคา 15,000 ล้านบาทนี้กัน
ชาวบ้านเดินถนนทุกวันที่ไม่เห็นด้วยอย่างผมจะไปทำอะไรได้ (ก็เขาจะเอาให้ได้อ่ะ เขามั่นใจนี่ ก็มีอำนาจเสียอย่าง แล้วไงอ่ะ)
จากประสบการณ์การเดินทางของผม ปัจจัยของความศิวิไลซ์ของเมือง ไม่ไช่ถนนที่กลัวคนเดินจะโดนแดดหรือโดนฝน แต่เป็นวินัยของคนที่อาศัยอยู่ในเมืองนั้น ที่ช่วยกันมีส่วนพัฒนาบ้านเมืองของตนให้มันน่าอยู่มากกว่า ไม่ไช่ปล่อยให้มาเฟียคุมแผงลอยบนทางเท้า, ให้วินมอร์เตอร์ไซด์ และ มอร์เตอร์ไซด์ตำรวจ วิ่งบนทางเท้า สร้างเสาไฟน่าเกลียดๆ(ที่ไม่เคยได้เปิดใช้)ขวางทางเท้า, สร้างป้อมตำรวจขวางทางเดิน แล้วอยู่ๆก็บอกว่า จะกู้เงินไปสร้างสิ่งก่อสร้างลอยฟ้าเพื่อเป็นของขวัญประชาชน…
คนที่จริงใจในการแก้ปัญหา เขาไม่แก้ปัญหาด้วยการหนีไปสร้างปัญหาอื่นขึ้นมาแทนหรอกครับ
ป.ล. รายละเอียดของการไม่เห็นด้วย ทั้งเรื่องของราคาก่อสร้างที่สูงกว่าที่ควรจะเป็นถึงห้าเท่า และผลกระทบจากโครงการนี้ต่อสังคมและการแก้ปัญหาเมือง คิดว่าคงหาอ่านในอินเตอร์เนทได้ทั่วไป เข้าใจได้ไม่ยากเลยครับ ถ้าไม่กลัวว่าตัวเองและพวกพ้องจะเสียผลประโยชน์บางอย่างไป
Filed under: Thought | Comments (4)
วันนี้ลองจัดลำดับเรื่องสุขเรื่องทุกข์ในชีวิตดูเล่นๆ พบว่ามีหลายเรื่องมากที่เราลืมที่จะมีความสุขไปกับมัน และก็มีอีกหลายเรื่องที่เราลืมที่จะทุกข์ไปกับมัน บางทีผมเองก็ชอบทุกข์เรื่องเดิมจนเป็นนิสัย จนกลายเป็นความเคยชิน (แต่ความสุขนี่ตั้งแต่มาอยู่กรุงเทพฯนี่ก็ไม่ค่อยมีเท่าไหร่อยู่แล้ว) อาจเป็นเพราะที่ผ่านมาความสุขทั้งหมดของผมฝากไว้ที่การทำงาน จนลืมโลกด้านอื่นที่เรามีความสุขมากมาตั้งนานแล้วเหมือนกัน
ผมว่ามนุษย์เราควรจะทุกข์บ้างนั่นแหล่ะดีแล้ว ความทุกข์นำไปสู่การใช้ปัญญา ถ้าไม่ทุกข์เอาเสียเลย มันง่ายเกินไปสำหรับชีวิต แต่ก็ควรมองให้เห็นความสุขรอบตัวที่เราสามารถหามันเจอได้ง่ายๆจริงๆเอาไว้ด้วย (ไม่นับความสุขแบบมองโลกในแง่ดีเข้าข้างตัวเอง แบบนั้นผมไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่)
Filed under: Thought | Comment (0)
VIDEO
หนังเรื่องนี้เปลี่ยนทัศนคติในการเดินหน้าของผมไปเยอะมาก ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดี
Filed under: Journal | Comments (2)
เมื่อเช้าลองออกไปปั่นจักรยานเงียบๆคนเดียวที่สวนเวฬุวัน พุทธมณฑล อากาศดีมาก
การเคลื่อนตัวเร็วๆด้วยกำลังของตัวเองผ่านอากาศที่ดี ได้ยินแค่เสียงลม+เสียงใบไม้นิดหน่อย มันมีความสุขมากครับ
Filed under: Journal | Comment (0)
สวัสดีปีใหม่ 2554 ครับ
ขอให้ทุกคน มีความสุข สมหวัง เข็มแข็ง จิตใจปลอดโปร่ง เจริญๆน่ะครับ เคยคิดอยากทำอะไร ก็ขอให้มุ่งมั่นต่อไปจนสำเร็จเด้อ
Filed under: Journal | Comment (1)