unmodern blog

เมื่อกี้นี้ผมเพิ่งทำการยกเลิกนัดสัมภาษณ์งานไปด้วยเหตุผลเดียวกับที่ผมลาออกจากที่ทำงานเดิม นั่นคือผมคิดดูแล้วว่าอยากใช้เวลาโฟกัสที่งานของตัวเองมากกว่า

ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตัวเองเสียสติค้างไปแล้วหรือเปล่า เพราะงานที่สมัครไปจะว่าไปมันก็เป็นงานที่ดีที่สุดตำแหน่งนึงที่จะจินตนาการได้ในเวลานี้ จำได้ว่าตอนที่รอเขาติดต่อมา ก็คิดคิดเหมือนกันว่าถ้าได้ทำงานที่นั่นก็คงดีเหมือนกัน อย่างน้อยก็มั่นคงไปอีกนานแน่ๆ แต่ผมก็ลองมาคิดดูดีดีว่าถ้าผมเป็นคนอยากมั่นคงทำไมไม่ทำงานอยู่ที่เดิมต่อไปแต่แรก เพราะมันก็มั่นคงสุดๆอยู่แล้ว หลังจากประชุมกับตัวเองและเพื่อนอีกคนหนึ่งที่ร้านหนังสือ ก็ตัดสินใจใช้วิธีทำลายโอกาสตัวเองให้หมด แล้วมุ่งพลังไปที่การทำสตูดิโอตัวเองหนึ่งปีเต็มที่ แล้วหลังจากนั้นค่อยว่ากันว่าจะเอาไงต่อ เพราะถ้ามัวแต่คิดเรื่องเงิน ความมั่นคง ตำแหน่งหน้าที่การงาน แบบนั้นผมก็คงไม่ต้องทำอะไรกันพอดี

ผมเองก็ไม่ไช่เด็กแล้ว ไม่รู้ทำไมยังต้องใช้เวลาทำความเข้าใจความต้องการตัวเองมากขนาดนี้อยู่ หรืออาจเพราะไม่ไช่เด็กแล้วก็ได้ ความกลัวมันเลยเพิ่มมากขึ้นตามประสบการณ์ชีวิต ทำให้ตัดสินใจเรื่องต่างๆยากขึ้นไปด้วย

หวังว่าเมื่อผมกลับมาอ่านที่ตัวเองเขียนวันนี้อีกครั้งในปีหน้า จะไม่เขกหัวตัวเองกับการตัดสินใจครั้งนี้ก็แล้วกัน

untitled

April 21st, 2009

วันก่อนเดินแถว Chelsea เจอรูปภาพของคุณ Madoff วางทิ้งอยู่ที่ถังขยะ พอเข้าไปดูใกล้ๆมีเบอร์ติดต่อถ้าอยากซื้อด้วย

ไม่รู้เป็นงานศิลปะจัดแสดง หรือ เจ้าของภาพเขาเอามาทิ้งจริงๆ แต่ฮาดีครับ

?

พูดไม่ออก

April 18th, 2009

การอยู่นิวยอร์คมักจะทำให้ตามโลกภายนอกไม่ทันอยู่เสมอไป วันนี้เพิ่งได้เห็นข่าวของคุณ Susan Boyle ที่สนามบินตอนไปส่งแม่กลับกรุงเทพ พอกลับมาบ้านเลยมาหารายละเอียดอ่านอีกที

บ้าไปแล้ว ทำไมคนอังกฤษที่เสียงดีมีเยอะขนาดนี้ โผล่มาเรื่อยๆเลย ผมชอบเขาตรงที่เขาไม่ได้ถ่อมตัวหรือหงออะไรเลย เขาก็ฮาๆของเขาไป ไม่ได้จ๋อยหรือเขินอะไรเลย แต่เสียงคุณน้าเขาเพราะจริงๆ เพราะแบบไม่ต้องช่วยลุ้นเลย ปรกติผมไม่ชอบนักร้องหญิงบ้าพลัง แต่คุณ Susan แกร้องเพราะแบบไม่ได้เบ่งพลังอะไรเลย โอ้ สุดยอด ได้โปรดทำอัลบัมออกมาเถอะ

ฟังได้ที่นี่ครับ

Democracy

April 14th, 2009

ตอนเด็กๆผมโดนคุณครูสอนมาว่าไม่ควรคุยเรื่องที่เราไม่รู้จริงว่ามันคืออะไรกันแน่ผมเลยไม่ค่อยชอบคุยเรื่อง ศาสนา, ศิลปะ, และ การเมือง เท่าไหร่

แต่พอมาอ่านข่าวเมืองไทยช่วงนี้ ผมเริ่มสงสัยว่าตกลงประชาธิปไตยที่หลายๆคนถามหานี่ มันอันเดียวกันหรือเปล่า หรือตกลงพวกเราเข้าใจมันจริงๆหรือเปล่าว่าเจ้าประชาธิปไตยมันคืออะไรกันแน่

พออ่านๆข่าวไปหลายๆสำนัก ผมพบว่าไม่ไช่แค่ผมคนเดียวที่งงงงเรื่องนิยามของคำว่าประชาธิปไตยในตรรกะของผู้ที่พยายามเชื่อว่าตัวเองรักประชาธิปไตยในเวลานี้ เพราะก็เห็นมีหลายคนที่มาออกความเห็นจากสำนักข่าวแถวนี้เขาก็คงสงสัยเหมือนกันว่า การที่คนเราเกลียดคนที่ทำลายประชาธิปไตยแต่ตัวเองก็ทำตัวไม่ต่างกับคนที่เราเกลียด แล้วมันจะนำไปสู่ประชาธิปไตยได้ยังไง

ไม่รู้จะเขียนอะไร เศร้า

วันนี้เดินผ่านไปเจอห้องเก็บกระเป๋าที่ Smithsonian National Museum of Natural History สวยมาก(สำหรับผม) เลยถ่ายรูปเก็บไว้ครับ

ช่วงนี้แม่กับน้องมาเยี่ยม เลยโชคดีได้โอกาสพาทั้งสองไปเที่ยวPhilip Johnson Glass House ที่เมือง New Canaan

ข้อดีของการไม่ต้องไปทำงานประจำอีกอย่างหนึ่งคือเราสามารถเลือกที่จะใช้วันธรรมดาไปในสถานที่ที่ไม่ง่ายนักที่จะสามารถจองพื้นที่เข้าไปชมได้ในวันเสาร์อาทิตย์ ผมเคยยอมแพ้ที่จะได้ไปเที่ยวที่นี่แล้ว เพราะปรกติถ้าจะไปที่นี่วันเสาร์อาทิตย์นั้นเขาต้องจองกันข้ามปีโน้น แม้แต่วันธรรมดาก็เถอะต้องจองล่วงหน้ากันนานมากมาก แต่วันก่อนลองเช็คดูปรากฎว่ามันมีที่เหลือวันนี้เฉยเลย เลยจองที่เผื่อแม่กับน้องไปด้วยเลย ฮาดี ผมไม่เคยนึกไม่เคยฝันมาก่อนว่าจะได้มีโอกาสพาแม่ไปเดินเล่นในบ้านของ Philip Johnson แบบนี้ ตัวบ้านผมเฉยๆ แต่ landscape รอบบ้านนี่สิ สุดยอด

เนื่องจากวันนี้ฝนตกพรำๆทั้งวันเลย บรรยากาศเลยแปลกไปอีกแบบต่างจากรูปในหนังสือที่เคยเห็น ได้เห็นรายละเอียดหลายๆอย่างที่ต้องรอฝนตกถึงจะรู้ และผมพบว่าข้อดีของ Canon G10 ที่ไร้สาระมากอีกอย่างคือ สามารถเดินถ่ายรูปเรื่อยเปื่อยตอนถือร่มไปด้วยได้

Andes

April 6th, 2009

เหนือเมฆ

หิว

April 1st, 2009

วันนี้คิดถึงอาหารไทยขึ้นมา ไม่ได้ทานแบบอร่อยๆจริงๆมานานแล้ว ผมชอบอาหารไทยไทย (ในที่นี้หมายถึงอาหารที่คนไทยธรรมดาเราๆท่านๆกินกันในชีวิตประจำวันนี่แหล่ะ) ตรงที่มันมีความกลมกล่อมจัดจ้านแต่ไม่กระโตกกระตากและไม่โจ๋งครึ่ม คือมันบอกไม่ได้ว่าตกลงมันเผ็ด เค็ม หรือหวาน กันแน่ มันไม่สามารถบอกได้ในคำคำเดียว ส่วนผสมก็มหาศาลวุ่นวายไปหมด แต่มันก็ออกมาอร่อยอยู่ดี

ผมพยายามทำพวกแกงต่างๆบ้างบางครั้ง ทำยังไงมันก็ไม่เนียน รสชาติมันจะโดดไปทางใดทางนึงมากเกินไปเสมอ ส่วนร้านอาหารไทยที่นี่หลายร้านถ้าไม่บอกเขาว่าขอรสชาติแบบไทยๆ เขาก็จะทำรุ่น’ฝรั่งกินแล้วชอบ’ออกมา ซึ่งผมเองก็ไม่เข้าใจว่าที่เขาคิดว่าฝรั่งชอบนี่เอาผลการวิจัยมาจากไหน เพราะเพื่อนผมส่วนมากที่ไม่ไช่คนไทยก็พยายามเสาะแสวงหาร้านอาหารไทยที่ทำมาให้คนไทยชอบทั้งนั้น (ผมก็บอกเขาไปว่า ร้านไหนก็ได้ บอกเขาไปเถอะว่าเอารสชาติแบบไทยๆ)

เพื่อนที่ทำกับข้าวอร่อยกว่าเคยบอกว่า รสเผ็ดแบบมีชาติตระกูลมันจะต้องไม่กระโดดออกมาจากรสชาติอื่นๆ ไม่ไช่สักแต่ว่าใส่ๆเครื่องปรุงเข้าไปให้มันจัดจ้านเข้าว่า

คงไม่ไช่แต่อาหารไทยหรอกที่เป็นแบบนี้ ผมว่าอาหารประเทศอะไรก็ตาม ถ้าคนทำฝีมือถึง รสชาติมันก็ดีทั้งนั้นแหล่ะ ไม่ว่าจะเรียบง่าย วุ่นวาย ร้อน เย็น ของดีมันก็ดีทั้งนั้น ผมว่า ประเด็นมันไม่ได้อยู่ว่าต้องเรียบ หรือ วุ่นวาย มันอยู่ที่ทำถึงไหมเท่านั้นเอง

ผมว่าวัฒนธรรม’ใส่เยอะๆ’ ของไทยเรา จะว่าไปมันก็ไม่ไช่ปัญหาอะไรเท่าไหร่ แต่ใส่เยอะแล้วไม่ถึงนี่สิที่เป็นปัญหา เหมือนคนตะโกนดังๆ เขียนหนังสือตัวโตๆ แต่ไม่รู้ว่าจะพูดเรื่องอะไร หรือพูดไปก็ไม่มีความหมายอะไรน่าสนใจนี่สิ

เดือนนี้ผมโดนเรียกให้ไปรับใช้ชาติโดยการเป็น Juror ที่ศาลแถวบ้านอีกแล้ว ตอนแรกก็เตรียมล็อกเวลาเอาไว้ว่าวันไหนว่างไม่ว่าง แต่เนื่องจากมัน(เอกสาร)บอกว่าให้โทรไปฟังผลตอนเย็นว่าต้องไปศาลตามเวลานัดไหมก่อนรอบนึง แล้วก็เป็นอย่างที่กลัวคือไม่ต้องไปตามนัด แต่ให้โทรไปตอนเย็นอีกทีว่าวันรุ่งขึ้นต้องไปไหม ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆโทรไปทุกเย็นเป็นเวลาสองอาทิตย์ งานการไม่ต้องทำกันพอดี จะรู้ไหมว่าวันไหนจะต้องไปศาล วันไหนจะต้องไปนัดใครทำอะไรก็มั่วไปหมด จะเตรียมงานเตรียมเวลาทำอย่างอื่นก็ไม่ได้ เหมือนต้องมาบ้าจี้โทรไปถามเขา(คอมพิวเตอร์)ทุกเย็นว่ารุ่งเช้าผมต้องไปศาลไหมครับ

นึกถึงตอนเด็กๆเวลาคุณครูจะตีแล้วไม่ตีสักที แล้วก็ไม่รู้จะตีเมื่อไหร่ด้วย ทรมานสุดแล้วครับ ความรู้สึกนี้

ข้อแรก

March 28th, 2009

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตกลงการออกแบบที่ดีมันคืออะไรกันแน่ ยิ่งในโลกแห่งความหลอกลวงมั่วนิ่ม โลกที่อุตสาหกรรมแห่งการพูดถึงเรื่องการออกแบบนั่นใหญ่กว่าอุตสาหกรรมการออกแบบเองเสียอีก แต่ก็อยากจะลองตั้งกติกาของตัวเองขึ้นมาเป็นกรอบในการทำงานต่อไป

ตอนนี้คิดมาได้แค่ข้อเดียวเอง

“Good design must not be produced by jerks.”

เมื่อคืนได้ไปดูคอนเสริตน้า Morrissey ที่ Carnegie Hall มา หลังจากเพิ่งกลับมาจากเปรูตอนเช้าตรู่ คนดูไม่ค่อยมันเลย อาจเพราะสถานที่มันไม่ได้เอาไว้จัดงานแบบนี้ก็ได้ แต่คุณ Morrissey และสหาย ก็เจ๋งอยู่ดี จะว่าไปน้าแกก็รุ่นราวคราวเดียวกันกับพี่เบิร์ดน่ะครับ แต่เวลามองย้อนกลับไปเหมือนแกทำอะไรมาเยอะมากมากเลย

นึกขึ้นมาได้ว่าสิ่งที่เหมือนกันอย่างหนึ่งระหว่างการเดินทางในป่าเขา กับเพลงของ Morrissey คือ การมองไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง อย่าไปยึดติดกับความสำเร็จในอดีต

วีดีโอนี้เป็นของเก่า แต่น้าแกเล่นเพลงนี้เป็นเพลงสุดท้ายของเมื่อวาน มีคนหลุดขึ้นไปกอดบนเวทีได้ด้วย น่ากลัวมาก

Inca Trail

March 27th, 2009

เพิ่งกลับมาจาก Inca Trail ที่เปรู

เหนื่อย เพลีย สุดๆ แต่มีความสุขที่ผ่านมาได้

เรียนรู้ว่า

-การที่คนที่ทำงานที่อเมริกามีพักร้อนแค่ 10 วันต่อปี มันทำให้หมดโอกาสที่ได้เรียนรู้โลกไปเยอะมากมาก เมื่อเทียบกับคนยุโรป และ ออสเตรเลีย

-การผ่านการไปเขาชนไก่สมัยวัยรุ่นมาได้ มันช่วยเรื่องสภาพจิตใจการเดินทางโหดๆแบบนี้ได้มากมาก เหนื่อยแต่กาย แต่ใจสบายมาก เพราะอิสระมากไม่ต้องทำตามคำสั่งครูฝึก

-เปรูเป็นอีกหนึ่งประเทศกรณีศึกษาการกินบ้านโกงเมืองได้ดีมากมาก นักการเมืองไทย, ข้าราชการไทย, และผู้ฝักไฝ่อยากเดินตามท่านๆ น่าจะไปดูงานกันเยอะๆ เปลี่ยนทรัพย์สมบัติของชาติให้เป็นของต่างชาติให้หมด ให้คนพื้นถิ่นรับใช้คนขาว เงินที่ได้มาเข้ากระเป๋าใครไม่รู้ แต่ไม่ไช่คนในประเทศตัวเองแน่ๆ

-เนื่องจากเดินทางกลุ่มเดียวกับพวกคนยุโรปบ้าพลัง พวกนั้นสภาพร่างกายมันแข็งแรงกันจริงๆ บอลไทยคงอีกนานกว่าจะได้ระดับโลก

-ที่ผ่านมา โลกของผมช่างแคบเหลือเกิน มีอะไรต่อมิอะไรให้รีบศึกษาเรียนรู้อีกมากมายยิ่งนัก

-คิดถูกมากมากที่ลาออกจากงานประจำเพื่อเดินหน้าต่อไป ชีวิตคนมันต้องเดินทางเฟ่ย

ไปเที่ยว

March 15th, 2009

เช้าตรู่วันนี้กำลังจะออกจากนิวยอร์คไปเปรูสองอาทิตย์ เป้าหมายของการเดินทางครั้งนี้คือจะไปเดินเขาขึ้นไปเที่ยวมาชูพิชู กลับมาแล้วจะเอารูปมาแปะให้ดูครับ

เพดาน

March 11th, 2009

สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายที่ผมจะทำงานที่บริษัทนี้แล้ว มีเพื่อนบางคนบอกว่า หนอยแน่ ทำไมมาลาออกเอาช่วงที่คนไม่มีงานล้นบ้านเมืองกันแบบนี้ แต่มันก็อยู่ในโครงการส่วนตัวมาตั้งแต่แรกว่าผมอยากจะออกมาตั้งแต่ประมาณตุลาคมปีที่แล้วแล้ว เพราะอยากมีเวลามาทำงานส่วนตัวเสียที หลังจากไม่มีเวลาพัฒนางานของตัวเองเลยมาหลายปีแล้ว ตัดสินใจอยู่นานเหมืิอนกันเพราะถ้าลาออกแล้วจะหาบริษัทออกแบบที่ดีขนาดนี้ทำงานด้วยคงยากแล้ว จะกลับมาที่เดิมก็คงเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะลาออกอยู่ดี ด้วยเหตุผลที่เด็กจริงๆเล้ยว่า “ผมอยากมีเวลาทำงานของตัวเองบ้างครับ”

จำได้สมัยผมวัยรุ่นสุดๆตอนที่ Bernard Butler ลาออกจาก Suede ใหม่ๆ มันเป็นเรื่องที่ผมเซ็งมากมาก เพราะผมชอบฟังเสียงร้องของ Brett ประสานกับ ES335 ของ Bernard มาก หลังจากนั้นแล้วพี่เขาก็เหมือนพยายามลองทำหลายๆอย่างๆร่วมงานกับหลายๆคนกระจายๆไปเรื่อย ผมเคยคิดว่าเขาจะหยุดตัวเองไว้ที่เพดานนี้เสียแล้ว พอมาฟังเพลงของ Duffy เมื่อปีที่แล้วที่พี่แกมาโปรดิวซ์ให้ก็รู้สึกว่า เฮ้ย!คุณ Bernard แกเหมือนกำลังจะเริ่มชีวิตที่ดีมากมากในอีกระดับเพดานนึงแล้วว่ะ จนเขามาได้รางวัล Producer ยอดเยี่ยมจาก Brit Award ปีนี้ (เฉือน Brian Eno!!!) เฮีย Bernard แกเป็นอีกหนึ่งในแรงบันดาลใจของผมในเรื่องการเป็นมืออาชีพ ทำงานหนัก และลองทำงานร่วมกับคนที่หลากหลาย ลองผิดลองถูกให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ จนกว่าจะสามารถผ่านเพดานตัวเองขึ้นไปอีกขั้นให้ได้

มีหลายอย่างที่ผมว่าจะทำจะทำมาตั้งแต่ตอนเรียนจบ คงเริ่มมีเวลาทำตอนนี้แหล่ะครับ

ตั้งใจว่าอยากมีสตูดิโอทำงานขนาดเล็กของตัวเองมานานแล้ว กะว่าหลังจากกลับจากไปเที่ยวเปรูเดือนหน้า ควรจะเริ่มต้นทำงานหนักอีกครั้งได้แล้ว

The Visitor

March 10th, 2009

วันก่อนเพิ่งได้ดู The Visitor

ชอบอีกแล้วครับ เป็นเหมือนหนังท้องถื่นแถวบ้านยังไงไม่รู้ เพราะฉากเหตุการณ์เกิดขึ้นในหนังเกิดขึ้นบริเวณที่ผมใช้ชีวิตประจำวันอยู่บ่อยมากเมื่อก่อน แถวโรงเรียน สวนแถวโรงเรียน สถานีรถไฟ บรรยากาศทำให้คิดถึงตอนมานิวยอร์คใหม่ๆ (จำได้มีวันนึงไปวาดรูปเล่นที่ Washington Square Park ตอนมีคนเล่นดนตรีแถวนั้น ก็นั่งฟังเขาไป วาดรูปไป อยู่ดีดีคนเริ่มมาล้อมมุงดูผมวาดรูปแทน ทั้งที่รูปที่ผมวาดมันก็ไม่ได้เรื่องหรอก แต่ด้วยทฤษฎี ช่างตัดเสื้อกับพระราชา คนเลยเออออกันไปว่าผมวาดรูปสวย เลยยิ่งมามุงกันจนผมวาดต่อไม่ได้)

เป็นหนังเล็กๆ ที่คอนเซปใหญ่ไม่ค่อยหนักแน่นมากนัก (ในความเห็นผม บทมันไม่ค่อยมีลอจิกอะไรเท่าไหร่เลย) ?แต่คุณลุงดารานำแสดงโคตรดีเลยครับ คุณ Richard Jenkins สมควรแล้วได้เข้าชิงออสก้า บรรยากาศเรื่องนี้มีความเป็นนิวยอร์ค(ในความเห็นผม)มากที่สุดเรื่องนึงตั้งแต่ดูหนังเกี่ยวกับเมืองนี้มา คือมันเหมือนเอากล้องไปถ่ายกลางถนน ไปถ่ายที่บ้านเพื่อน ไปถ่ายที่ร้านแถวบ้าน โดยไม่ต้องไปเบ่งความเป็นนิวยอร์คนิวยอร์คออกมาเลย

คงไม่เล่าหรือวิจารณ์หนัง แต่แนะนำว่าถ้ารู้สึกเบื่อๆกับสิ่งที่ทำอยู่ ไม่รู้จะทำอะไร ลองดูหนังเรื่องนี้ก็ดีครับ มันเป็นแบบที่หนังที่ดีเรื่องหนึ่งควรจะเป็นนั่นแหล่ะ

Proudly powered by WordPress. Theme developed with WordPress Theme Generator.
Creative Commons License